Category Archives: ความรู้เรื่องประกันภัย

  • 0
รถกระบะรหัส 320 210 110 แตกต่างกันอย่างไร ทำไมมันยุ่งจัง

รถกระบะรหัส 320 210 110 แตกต่างกันอย่างไร ทำไมมันยุ่งจัง

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

รถกระบะบ้านเรา มีการใช้มากมายหลายแบบ หลายประเภท เพราะว่าเป็นรถที่ใช้ได้เอนกประสงค์ ใช้บรรทุกได้ ใช้โดยสารก็ได้ จึงมีการนำมาดัดแปลงสภาพต่างๆ หลากหลายชนิด ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งาน จนทำให้ขนส่งมีการจดทะเบียนรถที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแยกย่อยออกเป็น รถกระบะรหัส 320 210 110 แตกต่างกันอย่างไร ทำไมมันยุ่งจัง เราไปดูกันเลยครับ

ยกตัวอย่างให้มองเห็นชัดเจน เช่น

  • รถกระบะตอนเดียว หรือตอนครึ่ง จะจดทะเบียนเป็นรถบรรทุก แต่ถ้าหากนำไปใส่หลังคาและเบาะ ก็จะเปลี่ยนเป็นรถโดยสารเกิน 7 ที่นั่ง รถโดยสารก็มีแบบส่วนบุคคล และแบบรับจ้างอีก
  • รถกระบะที่เป็น 4 ประตูปกติจะจดเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (เหมือนรถเก๋ง) แต่ถ้าหากนำใส่หลังคา ใส่เบาะก็จะกลายเป็นรถโดยสารอีกเช่นเดียวกัน
    (บรรทุกคือ บรรทุกสิ่งของ หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ ส่วนโดยสาร คือขนคน หรือใช้ในการเคลื่อนย้านคน)

ซึ่งทั้งหมดที่ได้อธิบายนั้น การเสียภาษีก็จะไม่เท่ากัน เช่น

  • รถกระบะตอนเดียวใช้บรรทุกของ ป้ายทะเบียนตัวอักษรสีเขียว ภาษีปีละประมาณ 900 หรือ 1050 บาท
  • หากเป็นรถกระบะ 4 ประตู ภาษีก็ขึ้นอยู่กับขนาดซีซีรถ เช่นเครื่อง 3000 ซีซี ภาษีปีละ 68xx บาท ถ้า 2500 ซีซี ภาษีปีละ เกือบๆ 5000 บาท แต่ถ้าหากเป็นรถโดยสารภาษีปีละประมาณ 1300 บาท
รถกระบะรหัส 320 210 110 แตกต่างกันอย่างไร ทำไมมันยุ่งจัง

รถกระบะรหัส 320 210 110 แตกต่างกันอย่างไร ทำไมมันยุ่งจัง

ในส่วนของประกัน การใช้รถจะเป็นปัจจัยในการกำหนดอัตราเบี้ยประกัน เนื่องจากลักษณะการใช้แต่ละอย่างขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับรถรหัสรถที่อ้างมาจากการใช้รถ ให้จำไว้เป็นหลักๆนะครับ เช่น

  • รถกระบะสี่ประตู (ป้ายขาวตัวอักษรดำ) รหัส 110 คือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ใช้ในการขับไปทำงาน เช้าขับไปจอดที่ทำงาน เย็นก็ขับรถกลับบ้าน เหมือนกับรถเก๋ง ทั่วๆไป ทำให้ พรบ. และประกันราคาถูก เพราะความเสี่ยงน้อย แต่ภาษีแพงเพราะถือว่าเป็นรถฟุ่มเฟือย ใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่เหมือนกับรถชนิดอื่น เวลาทำประกันจะคุ้มครองมากถึง 7 ที่นั่ง
  • รถกระบะแคปหรือตอนเดียว (ป้ายขาวตัวอักษรเขียว) รหัส 320 คือรถบรรทุกไม่เกิน 3 ตัน เป็นรถใช้เพื่อการพาณิชย์ ใช้ในการทำมาหากินเป็นหลัก ให้นึกถึงรถที่ใช้บรรทุกกะหล่ำปรี บรรทุกผลไม้ต่างๆ บรรทุกของเคอรี่ ของส่งเซเว่น ขนของทั่วไป ที่ขับด้วยความเร็วสูง ทำให้มีความเสี่ยงสูง รถใช้งานทุกวัน และเกือบทุกเวลา พรบ. และประกัน จึงแพงกว่ารถรหัส 110 เวลาทำประกันจะคุ้มครอง 3 ที่นั่ง
  • รถกระบะแคป หรือตอนเดียว หรือ 4 ประตู (ป้ายขาวตัวอักษรฟ้า) รหัส 210 คือรถโดยสารส่วนบุคคล เกิน 7 ที่นั่ง กลุ่มนี้จะมีน้อยมาก ส่วนมากจะเป็นบ้านที่มีสมาชิกเยอะๆ หรือหน่วยงานองค์กรที่ใช้ส่งคน รหัสนี้ใช้สำหรับส่วนบุคคลเท่านั้น ถ้านำไปใช้รถจ้างหากตำรวจเจอก็จะถูกจับ รหัสนี้มีความเสี่ยงน้อยมาก เวลาทำประกันจะคุ้มครองให้ 12 ที่นั่ง

ราคาประกันภัยเขากำหนดจากความเสียงในการใช้รถ คือ รถกระบะ 320 มีความเสี่ยงมากที่สุด ราคาจึงแพงกว่า
รถสี่ประตูและรถโดยสารที่มีหลังคา มีความเสี่ยงน้อยกว่าราคาจึงถูกกว่า

ในส่วนของรถกระบะแคป หรือตอนเดียว ที่เป็นสภาพเดิมๆ เหมือนตอนที่ออกจากศูนย์ ส่วนมากจะนำมาใช้งานไม่ตรงตามรายการจดทะเบียนคือ จดเป็นรถบรรทุก แต่คนทั่วไปซื้อมาใช้ขับส่วนบุคคล ไม่ได้ใช้บรรทุกเป็นหลัก บริษัทประกันบางบริษัทจึงใช้ช่องหลบเลี่ยงเบี้ยประกันที่เป็นรหัส 320 มาเป็นรหัส 210 แทน

แต่ถ้าหากรถคันนี้ใช้งานผิดประเภทเช่นตอนเกิดเหตุมีการขนส่งสิ่งของ จริงๆแล้วเป็นการใช้งานผิดประเภท ถ้าหากบริษัทประกันทำตามเงื่อนไข หากเป็นฝ่ายประมาทก็จะไม่คุ้มครองรถประกัน แต่ผมคิดว่าบริษัทประกันแต่ละแห่งคงจะดูเจตนาและลักษณะการเคลมด้วยครับ หรือจะรับผิดชอบ หรือจะปฏิเสธก็ทำได้ เช่นกัน
สาเหตุที่บางบริษัทให้รถกระบะเดิมๆ จากรหัส 320 ให้ใช้รหัส 210 เพราะเชื่อว่า รถกระบะสภาพเดิมๆ คงจะไม่ได้นำไปใช้บรรทุก ใช้ในการขับไปทำงานเหมือนคนส่วนมาก
เมื่อหลายปีก่อน ของมิตรแท้ก็ทำเช่นกัน คือเขาจะพิจารณาให้กับรถกระบที่ไม่เกิน 5 ปี และราคาแพงกว่าคู่แข่ง แต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้ทำแล้วเนื่องจากมีแผนพิเศษ เบี้ยแคมเปญต่างๆออกมาให้ใช้มากมาย เช่น ป.1 Extra หนึ่งเดียว ญาติมิตร ฯ

ถ้าใช้ผิดประเภท จากที่แจ้งตอนทำประกันภัย หากเป็น ป.1 จะไม่คุ้มครองรถคันประกันเลย และถ้าประเภทอื่นๆหากไปชนหรือทำให้ทรัพย์สินบุคคลภายนอกเสียหายจะต้องเสียค่า Excess 2000 ใช้รถผิดประเภท แล้วที่เหลือบริษัทรับผิดชอบให้ครับ
ถ้าติดไปแบบไหน หากไม่ตรงกับการใช้งานจริง ก็ถือว่าเป็นการใช้งานผิดประเภท ครับ แต่ว่า ถ้าหากทำไว้แบบแพงกว่า แต่ตอนเกิดเหตุแบบถูกกว่า ถือว่าครอบคลุมแล้วครับ
เช่น รถรับจ้างทำถูกต้องซื้อแบบรับจ้าง แต่ตอนเกิดเหตุใช้งานส่วนบุคคล ก็ไม่มีปัญหาครับ
แต่ถ้าทำแบบส่วนบุคคล แต่ตอนเกิดเหตุใช้งานรับจ้าง ก็จะเกิดปัญหาใช้งานผิดประเภทครับ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกๆท่านคงได้รับคำตอบ จากข้อสงสัยที่ว่า รถกระบะรหัส 320 210 110 แตกต่างกันอย่างไร ทำไมมันยุ่งจัง ไม่มากก็น้อยน่ะครับ

รหัสรถยนต์ที่บริษัทประกันภัยต้องระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์สมัครใจ/บังคับ เป็นตัวเลขมีความหมาย ดังนี้

  • ตัวเลขที่หนึ่ง แสดงถึงประเภทรถยนต์
  • ตัวเลขที่สองและสาม แสดงถึงลักษณะการใช้รถยนต์

ตัวเลขที่หนึ่ง

  • 1 ประเภทรถยนต์นั่ง
  • 2 ประเภทรถยนต์โดยสาร
  • 3 ประเภทรถยนต์บรรทุก
  • 4 ประเภทรถยนต์ลากจูง
  • 5 ประเภทรถพ่วง
  • 6 ประเภทรถจักรยานยนต์
  • 7 ประเภทรถยนต์นั่งรับจ้างสาธารณะ
  • 8 ประเภทรถยนต์เบ็ดเตล็ด

ตัวเลขที่สองและสาม ได้แก่

  • 10 ชนิดรถยนต์ส่วนบุคคล
  • 20 ชนิดรถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์
  • 30 ชนิดรถยนต์ใช้รับจ้างสาธารณะ
  • 40 ชนิดรถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์พิเศษ

สำหรับประเภทรถยนต์เบ็ดเตล็ด ตัวเลขที่สองและสาม กำหนดไว้ดังนี้

  • 01 รถยนต์ป้ายแดง
  • 02 รถพยาบาล
  • 03 รถดับเพลิง
  • 04 รถใช้ในการเกษตร
  • 05 รถใช้ในการก่อสร้าง
  • 06 รถอื่นๆ

ยกตัวอย่าง รหัส 110 รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เช่น รถเก๋ง รถกระบะสี่ประตูจดเก๋ง ซึ่งบริษัทประกันจะต้องเขียนข้อความระบุการใช้งานรถไว้ในตารางให้ตรงกับรหัสรถ กรณีรหัส 110 จะมีข้อความระบุไว้ว่า ใช้ส่วนบุคคล ไม่ใช้รับจ้างหรือให้เช่า เป็นต้น

  • รถเก๋ง รถกระบะสี่ประตูจดเก๋ง ใช้รหัส 110
  • รถเก๋ง ที่ชื่อในทะเบียนเป็นนิติบุคคลใช้รหัส 120 หากแนบบัตรประชาชนเป็นรถประจำตำแหน่ง บางแห่งใช้ 110 ได้
  • รถกระบะมีแค็บ หรือกระบะตอนครึ่ง ไม่ต่อเติมโครงเหล็กหรือหลังคา ทะเบียนพื้นขาวอักษรเขียว บางแห่งใช้รหัส 210 บางแห่งใช้รหัส 320 ได้ทั้งสองแบบ 
  • รถกระบะตอนเดียว หรือกระบะติดหลังคา โครงเหล็ก ป้ายพื้นขาวอักษรเขียว ใช้รหัส 320 เน้นใช้งานบรรทุก
  • รถตู้ หรือกระบะแต่ติดแค็บด้านหลังและเสริมเก้าอี้เพิ่มรวมเกิน 7 ที่นั่ง ป้ายทะเบียนพื้นขาว อักษรสีฟ้า จะใช้รหัส 210 
  • รถตู้ใช้เชิงพาณิชย์ เช่น วิ่งทัวร์ รับส่งนักท่องเที่ยว หรือรับส่งพนักงาน รับส่งนักเรียน ใช้รหัส 220
  • รถตู้ ป้ายเหลืองเช่น รถตู้ร่วม บขส.ขสมก. รถสองแถว รับจ้างสาธารณะ ใช้รหัส 230 
  • รถแท็กซี่ บุคคลหรือ นิติบุคคล รับจ้างสาธารณะ ใช้รหัส 730 
  • รถหัวลาก ที่ไม่มีกระบะบรรทุกของตัวเอง ต้องไปลากพ่วง ใช้รหัส 420 ตัวลูกใช้ 520 หรือ 540
  • รถบรรทุก หกล้อ สิบล้อ ทั่วไปที่วิ่งเดียวๆ ก็ใช้รหัส 320 เช่นเดียวกับกระบะตอนเดียว แต่แบ่งที่ นน.รวมบรรทุก เช่น 4-12 ตัน เกิน 12 ตัน
  • รถบรรทุก ที่มีกระบะบรรทุกของตัวเอง และมีปากลำโพงต่อไปลากคันลูก โดยทั่วไปถ้ามองตามลักษณะรถใช้ 320(นิยม) ถ้ามองตามการใช้รถ ใช้ 420(บางบริษัทเท่านั้นใช้แบบนี้) ส่วนคันลูกใช้ 520 หรือ 540
  • รถพยาบาล 802 ต้องไว้ใช้รับส่งผู้ป่วย refer ผู้ป่วย ถ้าเป็นรถโรงพยาบาลแต่เอาไปไว้ขนอาหาร ขนยา หรือไว้รับส่งผู้บริหาร พนักงาน ก็ใช้รหัสตามปกติครับ

Cr:กลุ่มนายหน้าประกันวินาศภัย


  • 0
เรียกค่าขาดประโยชน์-ประกันรถยนต์

การเรียกร้อง ค่าขาดประโยชน์ จากการใช้รถ เมื่อรถของเราถูกชน

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

ขับรถบนถนน คนไหนไม่เกิดอุบัติเหตุเลย ถือว่าโชคดีมากๆ ในยุคปัจจุบัน เพราะมือใหม่หัดขับ เต็มถนนไปหมด ไม่นับรวมบรรดาขาซิ่ง ขาเมา ขาเก๋า ที่เขาไม่ระมัดระวังในการใช้รถเอาเสียเลย ทำให้เมื่อเขาเหล่านั้นพลาดพลั้งขึ้นมา ก็จะทำให้เกิดปัญหา หลายๆอย่างตามมา ไม่ใช่เพียงเฉพาะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ เท่านั้น

เมื่อเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง ก็จะมีผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงก็ได้รับบาดเจ็บ ได้รับความเสียหายต่อทรัพย์สิน ขาดประโยชน์ ซึ่งความเสียหายดังกล่าว เมื่อเรามีประกันภัย ทั้ง พรบ ที่เป็นภาคบังคับ และ ประกันชั้น 1 2 3 ที่เป็นภาคสมัครใจ ก็จะเข้ามารับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าว เพื่อเยียวยา ผู้ได้รับความเสียหาย นี่คือ ข้อดีของการทำประกันภัยรถยนต์

แต่ทุกๆอุบัติเหตุ ก็จะมีอีกความเสียหายแอบแฝง ที่หลายๆคนมักจะมองข้ามไป นั่นคือ โอกาสที่ขาดหายไปเมื่อรถยนต์ ของเราประสบอุบัติเหตุ เพราะเราไม่สามารถใช้งานรถได้ ต้องส่งเข้าอู่เพื่อซ่อม และการซ่อมก็ไม่ใช่จะใช้เวลา ไม่กี่วัน บางคนเป็นเดือนๆ หรือร่วมปี ก็มี รวมไปถึงหากเกิดการบาดเจ็บถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ ก็ไม่อาจทำงานได้อีกด้วย ทำให้ ขาดประโยชน์ อีกด้วย แต่ความเสียหายดังกล่าวก็สามารถเรียกร้องได้ จากผู้ละเมิดหรือผู้ที่เป็นฝ่ายผิด นั่นเอง

เรียกค่าขาดประโยชน์-ประกันรถยนต์

เรียกค่าขาดประโยชน์-ประกันรถยนต์

และเราขอเสนอรูปแบบการเขียนคำร้อง เพื่อเรียกร้อง ค่าขาดประโยชน์ จากบริษัทประกันภัย หรือ จากผู้ที่ละเมิด ทำให้เราประสบเหตุ จนไม่สามารถใช้งานรถยนต์ได้ หรือ ต้องบาดเจ็บ ไม่สามารถทำงานเพื่อหารายได้ ที่เคยทำเป็นกิจวัตร อันเป็นการขาดประโยชน์ เนื่องจาก อุบัติเหตุที่ฝ่ายละเมิด ประมาททำให้เราเสียหาย

เรียกค่าขาดประโยชน์-ประกันรถยนต์

เรียกค่าขาดประโยชน์-ประกันรถยนต์

การจะเรียกร้องให้ได้ ค่าขาดประโยชน์ ที่เราต้องเสียไปนั้น จะต้องมีการเตรียมเอกสาร และรายละเอียดที่ดีพอ เพื่อให้บริษัทประกันภัย หรือศาล เห็นชอบตามที่เราเรียกร้อง ทั้งนี้จะต้องไม่เกินความเป็นจริงด้วย

แต่อย่างไรเสีย ทุกๆคนก็ไม่อยากให้ตนเอง ต้องประสบอุบัติเหตุ แต่อย่างใด แต่อุบัติเหตุนั้น เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเกิดจากความประมาท ของคน ความไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ สภาพแวดล้อม ที่ไม่ปลอดภัยต่อการใช้รถ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของ การประกันภัย

การประกันภัย มิได้มีไว้เพื่อซ่อมรถเรา เพียงเท่านั้น แต่รวมถึงการแบ่งเบาภาระ ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ที่เราไม่คาดฝันอีกด้วย เพราะหากเราไม่มีประกันภัย แน่นอนว่าเราต้องเป็นคนจ่ายค่าเสียหายเอง เมื่อเราเป็นฝ่ายผิด และหากเราถูกละเมิด ถ้าเราไม่มีประกัน เราต้องเสียเวลา เดินเรื่องเรียกร้องค่าเสียหายด้วยตนเอง ซึ่งเป็นความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้เลย แต่หากเราทำประกันภัย ไว้บ้าง เพียงปีละ ไม่กี่พันบาท ก็สามารถช่วยรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างดีแล้ว

ต้องการความคุ้มครอง จากประกันภัยรถยนต์ ติดต่อ
คุณ รวีโรจน์ แสวงมี ( เล็ก )
ผู้ช่วยผู้จัดการ MT4/22
โทร 089-4689596 , 093-3659893
ไอดีไลน์ : prakanrod 
คลิ๊กเพิ่มเพื่อน >> https://line.me/R/ti/p/%40prakanrod

ประกันภัย-รวีโรจน์-mt4

ประกันภัย-รวีโรจน์-mt4


  • 0
10 อันดับบริษัทประกันภัย ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2560

10 อันดับบริษัทประกันภัย ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2560

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

นิตยสาร Brand Age ได้มีการจัดทำอันดับ บริษัทประกันภัย ที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด 10 อันดับ มาเป็นอย่างต่อเนื่องทุกๆปี ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทมิตรแท้ประกันภัย จำกัด ( มหาชน ) ก็ติด 1 ใน 10 มาโดยตลอด

เราไปดูกันครับว่า 10 อันดับบริษัทประกันภัย ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2560 จะมีบริษัทใดเข้ารอบบ้างกันเลยดีกว่า

10 อันดับบริษัทประกันภัย ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2560

10 อันดับบริษัทประกันภัย ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2560

โดยการสำรวจนี้ ได้จัดให้มีการออกความเห็น จากประชาชนกว่า 1,300 คน จากทุกภูมิภาค ทุกอาชีพ ทุกระดับอายุ รายได้ เพื่อให้เป็นการสำรวจจาก ประชากรหลากหลาย ให้มากที่สุด

บริษัทมิตรแท้ประกันภัย ได้ติดอันดับ 3 จาก 10 อันดับประกันภัยที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในหมวดประกันภัย จากผลสำรวจ Brand Age 2017 Thailand’s Most Admired Brand ซึ่งถือว่ายังคงรักษาตำแหน่งแชมป์อันดับ 3 ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนระอุของอุตสาหกรรมประกันภัย โดยปี 2017 เปอร์เซนต์ความน่าเชื่อถือของ มิตรแท้ประกันภัยอยู่ที่ 11.75% ขึ้นมาจากปี 2559 ที่มีอยู่ 7.75% และกำลังไล่เบียด สินมั่นคงประกันภัย ที่ได้อันดับ 2 มีความน่าเชื่อถืออยู่ที่ 18.81 % ลดลงจากปี 2559 ที่มีอยู่ถึง 26.69%

การจัดอันดับ 2017 Thailand’s Most Admired Brand เป็นผลมาจากการสำรวจวิจัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์และปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั่วประเทศ ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การเคลมประกันที่ง่าย, ความมั่นคงของบริษัทและภาพลักษณ์ขององค์กร/แบรนด์, การให้บริการของตัวแทนประกันภัย, เบี้ยประกันที่ไม่แพง, ผลตอบแทนสูง, รูปแบบกรมธรรม์ที่หลากหลายและออกมาใหม่, ช่องทางในการชำระเบี้ยประกัน, การมีสาขาบริการทั่วประเทศและมีบริการ Call Center รวมถึงการเป็นบริษัทในเครือของธนาคาร เป็นต้น

ซึ่ง Brand Age ถือเป็นเจ้าแรกที่ทำการสำรวจวิจัยเรื่องความน่าเชื่อถือของแบรนด์แบบครบวงจร คือ สำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ ด้วยวิธีที่เชื่อถือได้ทางสถิติและสำรวจในสินค้าทุกประเภท ได้แก่ หมวดเครื่องใช้ส่วนตัวและยารักษาโรค, อาหารเครื่องดื่มและร้านอาหาร, เครื่องใช้ไฟฟ้า, IT & Digital, ยานยนต์, ธนาคาร ประกัน สถาบันการศึกษาร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และวัสดุก่อสร้าง

การจัดอันดับ Thailand’s Most Admired Brand ได้ดำเนินการมากว่า 17 ปีแล้ว โดยได้รับความเชื่อถือจากบริษัทต่างๆ เอเจนซี่ และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก กล่าวได้ว่าในปัจจุบันการจัดอันดับของ Thailand’s Most Admired Brand ได้ถูกนำไปใช้ เพื่อยืนยันความแข็งแกร่งในด้านภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์อย่างแพร่หลาย เพื่อสื่อสารถึงความน่าเชื่อถือกับผู้บริโภค

ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทมิตรแท้ประกันภัย จำกัด ( มหาชน ) ก็จะติดอยู่ในกลุ่ม 5 อันดับแรกมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา เป็นการยืนยันได้อย่างดีว่า บริษัทมิตรแท้ประกันภัย จำกัด ( มหาชน ) ได้พัฒนา ทั้งการบริการ สินไหม เบี้ยประกันภัย ให้มีความทันสมัย ทันใจผู้ให้บริการมาโดยตลอด ดูได้จากตารางด้านล่างนี้ครับ

10 อันดับบริษัทประกันภัย ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2560

10 อันดับบริษัทประกันภัย ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2560


  • 0
มีประกันชั้น1 ไม่มีใบขับขี่ขับรถมีเหตุชนกัน บริษัทประกันภัย จะรับผิดชอบอะไรไหม

มีประกันชั้น1 ไม่มีใบขับขี่ขับรถมีเหตุชนกัน บริษัทประกันภัย จะรับผิดชอบอะไรไหม

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

เชื่อว่าเจ้าของรถใหม่ป้ายแดงหลายๆคน คงยังไม่มีใบขับขี่รถยนต์ อย่างแน่นอน เพราะจากที่ประสบพบเห็นมาจากคนรอบข้าง และในกลุ่มคลับรถยนต์ รุ่นใหม่ๆที่ออกสู่ท้องตลาด บางคนออกรถมาก่อน เพื่อที่จะได้เอาไปสอบทำใบขับขี่ หรือออกมาแล้วก็หัดขับ จะได้ไปทำใบขับขี่ หรือมีแฟน ก็จะอนุญาติให้แฟนขับรถของตัวเอง ทั้งๆที่เขายังไม่มีใบขับขี่ เพราะคิดว่า อย่างไรเสีย รถมีประกันชั้น1 คุ้มครองอยู่แล้ว มีอุบัติเหตุ ก็ไม่ต้องกัง แต่รู้ไหมว่า นั่นคือความเข้าใจไม่ถูกต้อง ของเจ้าของรถยนต์ที่ทำประกันชั้น1

มีประกันชั้น1 ไม่มีใบขับขี่ขับรถมีเหตุชนกัน บริษัทประกันภัย จะรับผิดชอบอะไรไหม

มีประกันชั้น1 ไม่มีใบขับขี่ขับรถมีเหตุชนกัน บริษัทประกันภัย จะรับผิดชอบอะไรไหม

เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า ถ้าขับรถ มีประกันชั้น1 ไม่มีใบขับขี่ขับรถมีเหตุชนกัน บริษัทประกันภัย จะรับผิดชอบอะไรไหม ซึ่งในกรมธรรม์ประกันภัย หากเราได้อ่านบ้างแล้ว ก็จะพบทันทีว่า มีเงื่อนไขในกรมธรรม์ระบุไว้ชัดเจนว่า บริษัทประกันภัย จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายต่อรถคันเอาประกันภัย หากผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิด ไม่เคยมีใบอนุญาติขับรถ

เราจะขยายความ สำหรับคำว่า ไม่เคยมีใบอนุญาติขับขี่ และความคุ้มครองจากกรมธรรม์ชั้น1 ให้ฟังดังต่อไปนี้ น่ะครับ
ไม่เคยมีใบขับขี่ หมายถึง ไม่เคยสอบใบขับขี่มาก่อน หรือไม่ผ่านการทดสอบ จนไม่ได้รับใบอนุญาติขับขี่รถยนต์นั่นเอง
ซึ่งกรณีนี้เป็น ข้อยกเว้นความรับผิดของบริษัทประกันภัย เฉพาะความเสียหายของตัวรถคันเอาประกันภัยเท่านั้น
ส่วนความเสียหายของบุคคลภายนอก เช่น ชีวิต ทรัพย์สิน และร่างกาย บริษัทประกันยังคงต้องรับผิด ชดใช้ความเสียหายให้ทั้งหมด

ส่วนกรณีที่คนขับมีใบขับขี่ แต่ไม่ได้พกขณะขับขี่ หรือใบขับขี่หมดอายุ ถูกยึด กรณีนี้ บริษัทประกัน ยังคงคุ้มครองทั้งรถเรา และความเสียหาย ของคู่กรณี

และยังมีอีกข้อหนึ่ง ที่บริษัทประกัน ถือเป็นข้อยกเว้นความรับผิดของบริษัทประกันภัย  นั่นคือผู้ขับขี่ มีใบอนุญาติ แต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมาย กรณีนี้บริษัทประกัน ก็จะรับผิดชอบเฉพาะความเสียหายต่อทรัพย์สินและร่างกายของบุคคลภายนอก เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ ประกันภัยรถยนต์ 
คุณ รวีโรจน์ แสวงมี ( เล็ก )
ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายขาย MT4/22 บมจ. มิตรแท้ประกันภัย

โทร 089-4689596 , 093-3659893
ไอดีไลน์ : @prakanrod   ( เติมเครื่องหมาย @ ก่อนชื่อ prakanrod )
คลิ๊กเพิ่มเพื่อน >> https://line.me/R/ti/p/%40prakanrod

ยินดีต้อนรับทุกๆท่าน มาร่วมเป็นทีมงาน ด้วยการสมัครตัวแทนขายมิตรแท้ประกันภัย เพื่อรับส่วนลด และ หารายได้พิเศษ จากงานขายประกันภัยรถยนต์ ด้วยความยินดี


  • 2
บุคคลภายนอก บุคคลภายใน ที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถ

บุคคลภายนอก บุคคลภายใน ที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถ มีความหมายอย่างไร

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

ในกรมธรรมประกันภัยรถ จะมีตารางความคุ้มครองอยู่ 3 ส่วน ที่สำคัญมาก ซึ่งระบุถึง บุคคลภายนอก บุคคลภายใน และถือเป็นสาระสำคัญเลยก็ว่าได้ ในกรมธรรม์ประกันภัยรถ ทั้งภาคบังคับ และ ประกันภัยภาคสมัครใจ

เชื่อว่า ยังคงมีบางท่าน ที่ยังไม่เข้าใจ หรือ ไม่ได้ดูเลยว่า มันมีอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร ดังนั้นในหัวข้อนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ ตารางความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยรถ ว่า บุคคลภายนอก บุคคลภายใน ที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถ มีความหมายอย่างไร

บุคคลภายนอก บุคคลภายใน ที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถ

บุคคลภายนอก บุคคลภายใน ที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถ

ในทุกๆกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ทุกๆบริษัท ทุกๆประเภท จะมีตารางนี้ มาด้วยเสมอ เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดย คปภ ซึ่งไม่มีบริษัทประกันภัยรายได้หลีกเลี่ยงได้

เรามาดู รายละเอียดของแต่ละช่องกันเลยครับ เพื่อจะได้อธิบายไปถึง บุคคลภายนอก บุคคลภายใน ที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถ กันต่อไป

ช่องที่1 ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก กรอบสีแดง
เป็นการระบุ เพดานความรับผิดชอบสูงสุด ที่จะชดใช้ให้กับบุคคลภายนอก ที่ประสบเหตุอันเกิดจากรถคันเอาประกันภัย เราจะเห็นได้ว่า บริษัทประกันภัย ระบุไว้ชัดเจนว่า
– รับผิดชอบร่างกาย ชีวิต ของบุคคลภายนอกไว้ที่คนละ ไม่เกิน 1,000,000 บาท และ ไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้ง
– รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกไว้ที่ ไม่เกิน 2,000,000  บาท ต่อครั้ง

ช่องที่2 รถยนต์เสียหาย สูญหาย ไฟไหม้
ในช่องตรงกลางนี้ เป็นการระบุความรับผิดชอบต่อรถคันเอาประกันภัย ว่าหากมีการสูญหาย เสียหายจากอุบัติเหตุ หรือเกิดไฟไหม้ จะชดใช้เท่าไร นั่นหมายความว่า บริษัทประกันจะชดใช้มูลค่าเต็มจำนวน ตามที่ระบุไว้ในช่องนี้เลย นั่นเอง
เช่นหากระบุไว้ 350,000 บาท เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถซ่อมให้กลับคืนสภาพเดิมได้ หรือ ต้องใช้วงเงินในการซ่อมเกิน 70% ของมูลค่าที่ระบุไว้ในช่องนี้ ทางบริษัทประกันภัย จะจ่ายเงินเต็มจำนวน 350,000 บาท ให้แก่ผู้เอาประกันภัย รวมถึงหากเสียหายอันเนื่องมาจากไฟไหม้ หรือถูกโจรกรรม

ช่องที่3 ความคุ้มครอง ตามเอกสารแนบท้าย กรอบสีเขียว
เป็นการระบุ เพดานความรับผิดชอบต่อบุคคลที่โดยสารมากับรถคันเอาประกันภัยนั่นเอง ระบุความรับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย ค่ารักษาพยาบาล ต่อคนไว้ที่ 100,000 บาท
และระบุ วงเงินประกันตัวผู้ขับขี่ กรณีมีคนเจ็บ เสียชีวิต ไว้ที่ 300,000 บาท
ซึ่งแต่ละกรมธรรม์ แต่ละบริษัทประกันภัย จะกำหนดเพดานไว้แตกต่างกันออกไป

บุคคลภายนอก คือใคร
เชื่อว่าหลายๆคนยังคงเข้าใจว่า บุคคลภายนอกคือคนที่เป็นคู่กรณีบ้าง คนที่อยู่นอกรถบ้าง ซึ่งก็ถูกนิดหน่อย แต่มันมีความหมายระบุไว้ชัดเจน เพื่อกำหนดความรับผิดชอบ กรณีเกิดอุบัติเหตุจากรถคันเอาประกันภัย ดังนี้ครับ
– บุคคลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ผู้ขับขี่รถคันที่เป็นฝ่ายผิด ดังต่อไปนี้ พ่อ แม่ คู่สมรส ลูก และ ลูกจ้าง/นายจ้าง
– นับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ขับขี่รถที่เป็นฝ่ายผิด ไม่ได้นับจากเจ้าของรถ หรือผู้เอาประกันภัย
– เป็นบุคคลที่โดยสารมากับรถคันที่เป็นฝ่ายผิดและ คันที่เป็นคู่กรณี
– เป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหาย อันเกิดจากรถคันเอาประกันภัย
คงพอมองภาพออก น่ะครับว่า บุคคลภายนอก คือใคร ทั้งนี้ความเข้าใจตรงจุดนี้ มีผลกับความรับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั่นเอง

บุคคลภายใน คือใคร
– ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่รถคันเอาประกันภัย ได้แก่ พ่อ แม่ ลูก คู่สมรส และลูกจ้าง
– นับเอาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ขับขี่รถคันเอาประกันภัย ไม่ใช่เจ้าของรถ

ดังนั้นเมื่อทราบแล้ว ทุกๆท่านที่กำลังมองหา กรมธรรม์ประกันภัย สำหรับรถยนต์ของเราเอง ก็จะได้มองออกว่า ช่องใหนที่ควรจะให้ความสำคัญ  เราไปกับใครเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในช่องที่ 3 คนที่ไปกับเราก็จะเป็น ลุกเมีย พ่อแม่ เกือบจะทั้งนั้น แล้วเราควรจะเลือกความคุ้มครองตรงนี้ เพียง 50,000 บาท หรือ 100,000 บาท ดีกว่ากัน
และในช่องแรก ของกรมธรรม์ประกันภัย ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก หากกำหนดไว้น้อยๆ มีอุบัติเหตุขึ้นมา วงเงินที่กำหนดไว้ไม่เพียงพอต่อการรับผิดชอบทรัพย์สิน เราคนเอาประกันภัยน่ะครับ ที่ต้องจ่ายส่วนต่างทั้งหมด เราจะรับไหวไหม

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ ประกันภัยรถยนต์ เพิ่มเติม ติดต่อ
คุณ รวีโรจน์ แสวงมี ( เล็ก )

โทร 089-4689596 , 093-3659893
ไอดีไลน์ : @prakanrod   ( เติมเครื่องหมาย @ ก่อนชื่อ prakanrod )
คลิ๊กเพิ่มเพื่อน >> https://line.me/R/ti/p/%40prakanrod

รหัสตัวแทนประกันภัย บริษัทมิตรแท้ ประกันภัย จำกัด ( มหาชน ) PP141361

ยินดีต้อนรับทุกๆท่าน มาร่วมเป็นทีมงาน ด้วยการสมัครตัวแทนขายมิตรแท้ประกันภัย เพื่อรับส่วนลด และ หารายได้พิเศษ จากงานขายประกันภัยรถยนต์ ด้วยความยินดี

ประกันภัย-รวีโรจน์-mt4


  • 1
รับสมัครตัวแทนประกันภัย ฟรี

ตัวแทนขายประกันภัย เริ่มจากงานเสริม เพิ่มเป็นงานหลักสร้างรายได้ไม่จำกัด

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

ปัจจุบัน ค่าครองชีพของเรา เพิ่มสูงขึ้น มีรายจ่ายรออยู่ ไม่ว่าจะค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พักอาศัย ค่าผ่อนรถ ค่าประกันภัยรถยนต์ ค่าภาษีประจำปีอีก ไหนจะค่าเล่าเรียน และอื่นๆอีกมากมาย ที่เมื่อนับรายจ่ายแล้ว รายรับของเราหรือของครอบครัวแทบจะไม่พอจ่ายกันเลยทีเดียว

ดังนั้นคงไม่พ้นต้องหาอาชีพเสริมรายได้ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน รวมไปถึงช่องทางในการสร้างรายได้ ที่แตกต่างกันออกไป แต่จะมีใครฉุกคิดบ้างว่า รายจ่ายบางอย่างที่เราๆเสียไปนั้น สามารถจับมาทำเพื่อเสริมรายได้ของเราได้อย่างดี รวมไปถึงประหยัดค่าใช้จ่ายตรงส่วนนั้นได้อีกด้วย

นั่นคือการเป็น ตัวแทนขายประกันภัย เริ่มจากงานเสริม เพิ่มเป็นงานหลักสร้างรายได้ไม่จำกัด ในอนาคตอีกด้วย เพราะตลาดประกันภัยรถยนต์นั้น มีลูกค้ากว่า 20 ล้านคน 37ล้านคัน รอเราอยู่ และ 1 ในนั้นก็คือ รถของเราเอง ที่ต้องทำประกันภัยรถยนต์ ทุกๆปี ทั้งประกันภัยภาคบังคับ(พรบ) และ ประกันภัยภาคสมัครใจ ( ป1-3 ) ดังนั้นผมจึงมาแนะนำ การเข้าร่วมธุรกิจ ตัวแทนขายประกันภัย โดยสามารถเริ่มจาก ทำเป็นงานเสริม และเมื่อเห็นช่องทางดีแล้ว ก็เพิ่มเป็นงานหลัก ที่จะสามารถสร้างรายได้ไม่จำกัดให้กับตัวเราเอง

  • ลดรายจ่าย โดยได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ. และประเภทอื่น ๆ ในราคาตัวแทน
  • เพิ่มรายได้ โดยการขายประกัน พ.ร.บ. ได้เงินทันที
  • ขยายโอกาส สร้างทีมงาน มีค่าบริหารทีมงานตามลำดับขั้น
  • เปิดสำนักงานตัวแทน รับรายได้จากการขายรายวัน และค่าบริหารสำนักงานรายเดือน
รับสมัครตัวแทนประกันภัย ฟรี

รับสมัครตัวแทนประกันภัย ฟรี

จุดเด่นของธุรกิจมิตรแท้ประกันภัย 
1. สมัครฟรี ไม่มีค่าสมัคร ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
2. ขายง่าย กฎหมายบังคับให้ซื้อ พ.ร.บ. (รถทุกคันต้องมี)
3. ไม่ต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องสาธิตการขาย ไม่ต้องทดลองใช้สินค้า
4. มีรายได้ทันที ที่เริ่มงาน ไม่มีอัตราเสี่ยง ไม่ต้องสต๊อคสินค้า
5. สามารถหักค่าคอมมิชชั่นออกได้ทันที
6. มีการปรับเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารงานขาย รายได้เพิ่ม
7. รับค่าบริหารการตลาดจากยอดขายของทีมงานตนเอง
8. รหัสของตัวแทนขาย ของทุกท่าน เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลาน
9. ทำงานได้ทุกที่ เพราะเรามีระบบไว้รองรับทั่วประเทศ หรือทำงานผ่านระบบโซเซี่ยล ออนไลน์
10. ไม่มียอดขายมาบังคับ ขายสะสม เลื่อนตำแหน่ง ขยายงานได้ทั่วประเทศ ได้เที่ยวต่างประเทศฟรี
11. สมัครเอาไว้ซื้อใช้เองก็ได้ราคาต้นทุน หรือเปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้
12. เป็นได้ทั้งอาชีพหลัก งานประจำ อาชีพเสริม และอาชีพอิสระ รายได้ไร้ขีดจำกัด
13. มีรายได้ 3 ทาง คือ ขาย ขยายงาน และ เปิดสำนักงานตัวแทน GA
14. ตัวแทนสามารถขอเปิดศูนย์สำนักงาน GA ได้ทุกท่าน เป็นธุรกิจของตัวเอง

ถ้าสิ่งที่ท่านอยากได้ คือต้องการ “เพื่มช่องทางในการสร้างรายได้” จากธุรกิจประกันภัยรถยนต์  เรายินดีอย่างยิ่ง ที่จะให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษา ในการเริ่มต้น ตั้งแต่ไม่รู้อะไรเลย จนสามารถทำงานและมีรายได้ ได้ในที่สุด

เราเป็นทีมงานมืออาชีพ ที่จะคอยแนะนำ แก้ไขปัญหาไปด้วยกัน ไม่ว่าท่านจะอยุ่ที่ไหน ก็สามารถทำงานนี้ได้ ไม่ต้องกังวล เพราะเรามีเครื่องมือซัพพอร์ท  แนะนำ ดูแล ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาในการทำงาน ผ่านเครื่อข่ายระบบโซเชียล ออนไลน์ ที่เราๆใช้กันอยู่นี่เองทั้ง Line Facebook

เรามีระบบที่ดี ทีมงานที่ดี เพื่อช่วยให้ตัวแทนทุกๆท่าน ดำเนินธุรกิจนี้ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ก่อเกิดผลลัพย์เรื่องรายได้ อย่างมั่นคง ในที่สุด

บมจ มิตรแท้ประกันภัย ต้องการผู้ที่มีความฝัน มีความต้องการ ที่จะสร้างรายได้ ต้องการสร้างอาชีพ จากธุรกิจประกันภัย ที่มีให้ไม่มีขีดจำกัด ก้าวหน้าเติบโตตามความสามารถในการขายประกันภัย และ ขยายตัวตัวแทน

เรารับสมัครตัวแทนขายประกันภัย ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะทำเป็นอาชีพหลัก หรือ อาชีพเสริม ด้วยสินค้าที่มีทั้ง กฏหมายบังคับซื้อ และ รถทุกคันต้องมี
– พรบ
– ประกันภัยรถยนต์
– ประกันภัยรถจักรยานยนต์
– ประกันอุบัติเหตุ
– ประกันขนส่ง
– ประกันอัคคีภัย
– ประกันเบ็ดเตล็ด
– อื่นๆ

อยากเปิดเป็นสำนักงานหรือทำที่บ้านก็ได้(ทำเป็นอาชีพหลัก หรือ เสริม ก็ได้) เพราะเรา มีระบบออนไลน์ ในการทำงานทุกด้าน ตัวแทนจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการ รับเบี้ยจากลูกค้า และออกกรมธรรม์ให้กับลูกค้าได้ทันที
ออกกรมธรรม์ที่ไหนก็ได้ ขอเพียงแค่ มีมือถือ และสัญญาณ อินเตอร์เน็ต ใช้เวลา 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งมีผลต่อความน่าเชื่อถือ และ ต้นทุนในการบริการลูกค้า เมื่อลูกค้าตกลง เราสามารถ ปิดงาน รับเงิน ออกกรมธรรม์ พร้อมมอบความคุ้มครอง ให้กับลูกค้าเราได้ทันที ออกกรมธรรม์ที่บ้านลูกค้าก็ได้

ให้ผลตอบแทนสูง ส่งงานโดยตรงกับ บมจ มิตรแท้ประกันภัย ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง อย่าง โบรคเกอร์

*** ไม่ได้ต้องกลัวว่า สมัครตัวแทนขายแล้ว จะถูกปล่อยทิ้งให้เรียนรู้งานเอง***
*** ไม่กำหนดยอดขาย ไม่บังคับยอด ***
*** สมัครฟรี อบรมเรียนรู้ฟรี ทั้งจากห้องอบรม และ สื่อออนไลน์ ***

สนใจ เป็นตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ ติดต่อ
คุณ รวีโรจน์ แสวงมี ( เล็ก )
ผู้ช่วยผู้จัดการ MT4/22 บมจ มิตรแท้ประกันภัย

โทร 089-4689596 , 093-3659893
ไอดีไลน์ : @prakanrod   ( เติมเครื่องหมาย @ ก่อนชื่อ prakanrod )
คลิ๊กเพิ่มเพื่อน >> https://line.me/R/ti/p/%40prakanrod

ความมั่นคงของ มิตรแท้ประกันภัย

ความมั่นคงของ มิตรแท้ประกันภัย


  • 0
รับสมัคร-ตัวแทนมิตรแท้

ขายประกันภัยรถยนต์ น่าสนใจไหม เรามารู้จักกันดีกว่า

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

หลายๆคน คงเคยได้รับ โทรศัพท์จากบรรดาโบรกเกอร์ต่างๆ ที่แอบอ้างต่างๆนาๆ ว่ามาจาก ศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อนั้น จากบริษัทประกันภัยชื่อนี่ๆ พร้อมข้อเสนอ ขายประกันภัยรถยนต์ ให้กับเรา โดยการใช้ถ้อยคำ หว่านล้อม เลห์เหลี่ยมให้เราหลงกล ตกลงปลงใจ ซื้อประกันภัยรถยนต์ กับเขาจนได้ ใครมีประสบการณ์มากหน่อย ก็รอดพ้นเอาตัวรอดจากโบรกเกอร์ ที่โทรมา ขายประกันภัยรถยนต์เหล่านั้นมาได้ ส่วนใครที่ยังมือใหม่ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งออกรถป้ายแดง ยังไม่มีประสบการณ์กับเรื่องเหล่านี้ก็คงตกเป็นลูกค้า(เหยื่อ) ของโบรกเกอร์ ขายประกันภัยรถยนต์ เหล่านั้นไม่น้อยเลยทีเดียว การ ขายประกันภัยรถยนต์ น่าสนใจไหม เรามารู้จักกันดีกว่า ครับ

สำหรับเล่ห์เหลี่ยมที่บรรดาโบรกเกอร์เขาใช้มาหลอกล่อเรา ก็เช่น จะได้สิทธิ์ผ่อน 3 เดือน , จะได้สิทธิ์เคลมประกันในปีนี้ โดยไม่ต้องเสียประวัติดี, ทำตอนนี้ ได้ส่วนลด 30% ทั้งๆที่เราเพิ่งออกรถมาได้ ไม่ถึงครึ่งปี เอากะเค้าสิ ฯลฯ ที่คนที่โทรมาขายประกันภัยรถยนต์ จะหลอกล่อเราให้หลงกล

แล้ว …

ทำไมพวกเขาเหล่านั้น จึงต้องสรรหา เลห์เหลี่ยม วิธีการ เพื่อให้ได้มาซึ่งลูกค้าที่จะ ซื้อประกันภัยรถยนต์ กับเขา ถึงเพียงนี้หละครับ คุณๆเคยคิดกันบ้างไหม ??

เขาได้อะไร จากการ ขายประกันภัยรถยนต์ มากมายแค่ไหนจึงต้องรีบโทรมาขายประกันฯ ให้กับเราทั้งๆที่ ประกันภัยรถยนต์ ของเราเหลือระยะเวลาอีกครึ่งค่อนปี

นี่ยังไม่รวมถึง การโฆษณาประชาสัมพันธ์ของเหล่าโบรกเกอร์ขายประกันภัย ต่างๆ ที่กระหน่ำโฆษณาทั้งทางทีวี ผ่านเว็บไซต์ ตลอดจนสื่อโซเชียลเน็ตเวอร์คต่างๆ ซึ่งมีมากมายจนนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว

หลายๆคนคงได้ยินชื่อ TQM Silkpan กล้วยๆ กูเบีย รู้ใจ ไดเร็คส์เอเชีย ฯลฯ อีกมากมาย ซึ่งชื่อต่างๆเหล่านี้ เป็น โบรกเกอร์ที่ขายประกันภัยรถยนต์ ชั้นแนวหน้า และแม้แต่ 7-11 เงินติดล้อ ก็กระโดดลงมาสู่สนามแข่งขัน เบี้ยประกันภัยรถ ด้วยกันทั้งสิ้นครับ ไม่นับรวมถึง ตัวแทนประกันวินาศภัย ที่ได้รับการแต่งตั้งอีกมากมายทั่วประเทศ

และบริษัทต่างๆเหล่านี้ โดดลงมาแข่งกันในตลาดประกันภัยรถ ก็เพราะว่า ค่าตอบแทน ค่าคอมมิชชั่น ที่ได้จากการขายประกันภัยรถ นั้น มีมูลค่าสูงมาก เพราะว่า จำนวนรถยนต์ในเมืองไทย มีจำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559) มีจำนวนทั้งสิ้น 37,338,139 คัน ซึ่งแยกย่อยได้ดังต่อไปนี้ครับ

ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์สูงสุด 20,276,806 คัน รองลงมารถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน 8,197,012 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล 6,277,527 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน 422,221 คัน รถแท็กซี่  95,231 คัน รถโดยสาร 157,015 คัน รถบรรทุก 1,055,717 คัน

ดังนั้นเค้กก้อนโตนี้ จึงถูกแย่งเพื่อแบ่งค่าคอมมิชชั่นจากการขายประกันภัยรถยนต์ โดยบรรดาโบรกเกอร์ต่างๆ ไม่นับรวมการทำตลาดเอง จากบรรดาบริษัทประกันวินาศภัย ตัวแทนประกันวินาศภัย ต่างๆ เป็นจำนวนมาก….

แล้วคุณหละครับ ไม่สนใจเข้ามาทำธุรกิจ ขายประกันภัยรถยนต์ กับบ้างเลยเหรอ หรือว่าสนใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จะติดต่อใคร หรือเคยติดต่อไปแล้ว สู้ค่าสมัครไม่ไหว ไม่มีใครให้คำปรึกษา ติดต่อผมได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาและนำท่านเข้าสู่ ธุรกิจขายประกันภัย โดยไม่ต้องเสียค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น สมัครฟรี อบรมฟรี เพราะเรามีหน้าที่ชวน แนะนำ ทุกๆคน แต่คุณจะทำหรือไม่ เรื่องของคุณ…

สนใจ เป็นตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ ติดต่อ
คุณ รวีโรจน์ แสวงมี ( เล็ก )
ผู้ช่วยผู้จัดการ MT4/22 บมจ มิตรแท้ประกันภัย

โทร 089-4689596 , 093-3659893
ไอดีไลน์ : @prakanrod   ( เติมเครื่องหมาย @ ก่อนชื่อ prakanrod )
คลิ๊กเพิ่มเพื่อน >> https://line.me/R/ti/p/%40prakanrod

รับสมัคร-ตัวแทนมิตรแท้

รับสมัคร-ตัวแทนมิตรแท้

สมัครตัวแทนมิตรแท้ประกันภัย

สมัครตัวแทนมิตรแท้ประกันภัย


  • 0

ประเภทของ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

ประเภทของ การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ตามข้อกำหนดของ คปภ จะมีให้ผู้เอาประกันเลือกได้หลายแบบ เพื่อให้ตรงกับ  ความต้องการ ในเรื่องของความคุ้มครอง วงเงินประกัน ค่าเบี้ยประกันภัย และตลอดจน อายุการใช้งานของรถของผู้เอาประกันภัยอีกด้วย เราไปดูกันเลยว่ามีอะไรกันบ้าง

ประเภทของ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ มีให้บริการคุ้มครองรถยนต์ของท่าน 5 ประเภท ดังนี้ คือ

ประเภทของ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

ประเภทของ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

กรมธรรม์ประเภท 1 เป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครอง ครอบคลุมรอบด้านมากที่สุด ได้แก่

  • ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
  • ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
  • ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

และในการทำประกันภัยรถยนต์ กรมธรรม์ประเภท 1 แบบต่อเนื่องๆทุกๆปี บริษัทผู้รับประกันภัย ก็จะให้ส่วนลดแก่ลูกค้าอีกด้วย

***ในกรณีได้รับส่วนลดประวัติดี สามารถรับส่วนลดโดยมีหลักฐานประวัติดีแสดงต่อเจ้าหน้าที่รับประกัน

กรมธรรม์ประเภท 2 ให้ความคุ้มครองรองลงมาจากประเภทที่ 1

  • ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
  • ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

โดยกรมธรรม์ประเภท 2 นี้ ลูกค้าสามารถเลือกวงเงินทุนประกันภัย สำหรับรถยนต์ของตนเองได้ด้วย โดยมีทุนประกันให้เลือกตั้งแต่ 50,000 – 500,000 บาท แล้วแต่บริษัทรับประกันภัย จะกำหนดการรับประกัน

กรมธรรม์ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอก

  • ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
  • ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

กรมธรรม์ประเภท 4 ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

  • ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 100,000 บาท / อุบัติเหตุแต่ละครั้ง

ปัจจุบันกรมธรรม์ประเภท 4 นี้ ไม่มีบริษัทประกันภัยใด ให้บริการแล้ว เนื่องจากเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองเพียงทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

กรมธรรม์ประเภท 5 แบบคุ้มครองเฉพาะภัย ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ 2+ 3+ นั่นเอง

  • ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
  • ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
  • ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีชนกันยานพาหนะทางบกและสามารถแจ้งคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้

***กรณีเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก ต่อความเสียหายของตัวรถยนต์ผู้เอาประกันภัย จำนวน 2,000 บาท ( เป็นข้อบังคับโดย คปภ แต่บริษัทผู้รับประกัน ก็จะมีเงื่อนไขในกรมธรรม์ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องจ่ายส่วนนี้ได้ด้วย )

 

เราจะเห็นได้ว่า หากว่าเราประสบเหตุโดยไม่คาดฝัน การทำประกันภัยรถยนต์ จะมีความสำคัญ และมีประโยชน์ไม่น้อยเลย เพราะช่วยคุ้มครองตัวเราและคู่กรณี โดยดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุร้าย แทนเรานั่นเอง แต่ทั้งนี้ การเลือกประกันภัยรถยนต์ ก็จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วน เพื่อประโยชน์สูงสุดของเราเอง

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบของประกันภัย และการเลือก ตัวแทนบริษัทประกันภัย เพื่อช่วยเหลือประสานงานให้เรา กรณีเกิดเหตุ เพราะทุกๆคนไม่ได้มีประสบการณ์ เกี่ยวกับอุบัติเหตุจากรถยนต์ กันมากนัก ทำให้เมื่อเกิดเหตุ ก็จะไม่ทราบขั้นตอน หรือ ปฏิบัติได้ไม่ครบถ้วน ก็จะเสียเปรียบได้นั่นเอง ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ ติดต่อทำประกันภัย กับ ตัวแทนประกันภัย ที่เรารู้จัก อยู่ไกล้ จะดีที่สุดครับ

เช่นการเลือก ตัวแทนบริษัทมิตรแท้ประกันภัย จำกัด ( มหาชน ) ที่มีจำนวนตัวแทนมากกว่า 100,000 คน ทั่วประเทศ เป็นเครือข่าย ที่คอยช่วยเหลือ ผู้ประสบเหตุ ได้ทุกที่ ทั่วประเทศไทย ให้สมกับสโลแกนว่า มิตรแท้ จริงใจ เปิดเผย ครับผม

ตัวแทนมิตรแท้ประกันภัย-pp141361

ตัวแทนมิตรแท้ประกันภัย-pp141361


  • 3
ประกันภัยภาคสมัครใจ-มิตรแท้ประกันภัย

รูปแบบ การประกันภัยรถยนต์ ในเมืองไทย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

การประกันภัยรถยนต์ (AUTOMOBILE INSURANCE) คือ การประกัน ความเสียหาย อันเกิดจากการใช้รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บุคคล หรือ ทรัพย์สิน ทั้งของผู้ขับขี่รถ และ ผู้ใช้ถนน จึงขอนำท่าน ไปทำความรู้จักกับ รูปแบบ การประกันภัยรถยนต์ ในเมืองไทย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

สำหรับในเมืองไทย มี รูปแบบการประกันภัยรถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

1. การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หมายความถึง การประกันภัยรถยนต์ ที่ถูกบังคับใช้โดยกฏหมาย ทั้งนี้ก็เพื่อ ให้ความคุ้มครองต่อ ความสูญเสียของชีวิต และร่างกาย ของบุคคล ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ ทุกๆคน

ในประเทศไทย  ได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกแก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรี และเกิดเหตุรถบรรทุกดินระเบิด ระเบิดขึ้น ที่จังหวัดพังงา ในเวลาใกล้เคียงกัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทั้งสองเหตุการณ์อีกด้วย จนทำให้ต้องมีภาระการชดใช้ค่าเสียหาย เป็นมูลค่ามหาศาล

จึงได้มีการนำเสนอ กฏหมายดังกล่าวนี้ นั่นคือ ″พระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ” ( พ.ร.บ.) เพื่อให้ประชาชน ผู้ประสบภัย ได้รับความคุ้มครอง และการชดใช้ค่าเสียหายที่แน่นอน รวดเร็ว และเป็นธรรม จึงได้กำหนดให้มีพระราชบัญญัติฯขึ้น จนในที่สุด สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติให้ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2535

ความคุ้มครองจาก พรบ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

ความคุ้มครองจาก พรบ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

และนับแต่นั้นเป็นต้นมา รถทุกๆคันจะต้องมีการจัดทำ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ตาม พรบ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ฉบับ พศ. 2535 จนเรียกกันติดปากว่า พรบ. รวมถึงเข้าใจผิดคิดว่า ถูกบังคับให้ทำ พรบ. ถ้าไม่ทำก็ต่อภาษีประจำปี ของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไม่ได้ จนเป็นที่มาของ การไม่ได้จัดทำ ทั้ง ประกันภาคสมัครใจ และ ไม่ต่อภาษีประจำปี ( เพราะต่อไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้ทำ ประกันภัยภาคสมัครใจ )

 

2. การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หมายความถึง การทำ การประกันภัยรถยนต์ ที่เกิดขึ้น โดยความสมัครใจของ เจ้าของรถยนต์ ผู้ครอบครองรถยนต์ หรือ ผู้ขับขี่รถยนต์ โดยไม่ได้เกิดจากการถูกบังคับโดยกฏหมาย แต่อย่างใด

เพื่อเป็นการขยายขอบเขต คุ้มครองความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ อันได้แก่ การคุ้มครองทรัพย์สิน ทั้งของ ผู้ขับขี่ และ คู่กรณีนั่นเอง ซึ่งการทำประกันภัยรถยนต์แบบนี้ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ในตลาดประกันภัยรถยนต์ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการทำประกันภัยรถยนต์ ในภาคสมัครใจ

 

ประกันภัยภาคสมัครใจ-มิตรแท้ประกันภัย

ประกันภัยภาคสมัครใจ-มิตรแท้ประกันภัย


  • 3
ค่าสินไหมจาก พรบ

พรบ. กับการเบิกค่าเสียหาย และการชดใช้ ที่สามารถเบิกได้

Category:ความรู้เรื่องประกันภัย Tags : 

พรบ. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีหลายคน ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องทำ ทำไมต้องบังคับให้ทำ เพราะคิดว่าถ้าไม่ทำก็ต่อภาษีประจำปี ของรถไม่ได้นั่นเอง

แต่แท้ที่จริงแล้ว พรบ. ( ย่อมาจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ที่เริ่มมีตั้งแต่ปี 2535 ) มีการบังคับใช้ ก็เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับ ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน

โดยเรียกการชดใช้นี้ว่า ค่าสินไหม เราไปดูกันเลยว่า พรบ. กับการเบิกค่าเสียหาย และการชดใช้ ที่สามารถเบิกได้

 

ค่าสินไหมจาก พรบ

ค่าสินไหมจาก พรบ

นั่นคือไม่ว่าใครก็ตามที่มีอุบัติเหตุ อันเนื่องมาจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สามารถเข้ารับการช่วยเหลือ ในการรักษาพยาบาล ได้ทุกคน นั่นเอง และหากได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต ก็ยังมีเงินช่วยเหลือ หรือค่าสินไหม เป็นจำนวนรวมถึง 300,000 บาท เลยทีเดียว

แต่ทุกอย่างก็ต้องมีกฏเกณฑ์ มีมาตรฐานกำหนดไว้ ซึ่ง พรบ เอง ก็มีข้อกำหนด และหลักการ ชดใช้ ให้กับผู้ประสบเหตุ ดังต่อไปนี้

ค่าสินไหมจาก พรบ. สามารถเบิกได้ 2 ส่วน คือ ค่าเสียหายเบื้องต้น และ ค่าเสียหายส่วนเกิน ซึ่งเรากำลังจะไปดูกันว่า แต่ละส่วน ต้องดูจากอะไร และได้รับค่าสินไหม จำนวนเท่าไรบ้าง

1 ค่าเสียหายเบื้องต้น เบิกได้สูงสุด ไม่เกิน 65,000 บาท

ผู้ประสบภัย จะเบิกจาก รถคันที่ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด มีใบขับขี่หรือไม่มี เมาหรือไม่เมา ก็เบิกได้ ดังนี้
1.1) ค่ารักษาตามจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท

ซึ่งส่วนมาก ทางโรงพยาบาลจะร้องขอเอกสารต่างๆ จากผู้ประสบเหตุ และทางโรงพยาบาลไปเบิกเอง ปกติหากไม่เกิน 30,000 ผู้ประสบภัยจะไม่ค่อยรู้ว่าเท่าไร เพราะโรงพยาบาลไปเบิกเอง

1.2) ถ้าเสียชีวิต จะเบิกค่าปลงศพจาก พรบ. ของรถคันที่ประสบภัยได้ 35,000 บาท

1.3) ถ้ารักษาตัวไประยะหนึ่งแล้วเสียชีวิต ก็จะได้ค่ารักษาตามจริงแต่ไม่เกิน 30,000 และค่าปลงศพอีก 35,000 รวมกันคือ ไม่เกิน 65,000 บาท

และหากผู้ประสบภัย เป็นฝ่ายผิด เช่นไปชนรถคันอื่น ล้มเอง ลงข้างทางเอง ก็จะสามารถใช้สิทธิ์ ได้สูงสุดเพียง 65,000 บาท ตามรายละเอียดข้างต้น นั่นเอง รวมไปถึงผู้ที่ประสบเหตุจากรถ และไม่สามารถระบุ รถคันที่ก่อเหตุได้

การเบิกค่าเสียหายเบื้องต้น บริษัทประกันภัย จะต้องจ่ายค่าสินไหมภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสารยื่นขอครบถ้วน

 

2 ค่าเสียหายส่วนเกิน เบิกได้สูงสุด ไม่เกิน 304,000 บาท

ค่าเสียหายส่วนเกิน นี้ สำหรับผู้ประสบภัยที่ไม่เป็นฝ่ายประมาทเท่านั้น โดยต้องใช้หลักฐานสำนวนบันทึกประจำวันของตำรวจ หรือเอกสารตัดสินจากศาลว่าเป็นฝ่ายถูก จึงจะเบิก ค่าเสียหายส่วนเกิน ได้เพิ่มเติม โดยเป็นการเบิกจาก พรบ. ของรถ คันที่เป็นฝ่ายผิดเท่านั้น

2.1) เบิกค่าชดเชยกรณีนอนพักรักษาตัวใน รพ.ได้วันละ 200 บาทไม่เกินครั้งละ 20 วัน (รวมกันไม่เกิน 4000 ต่อครั้ง)

2.2) ค่ารักษาพยาบาล เพิ่มจาก ค่าเสียหายส่วนแรกอีก ไม่เกิน 50,000 รวมเป็น 80,000 บาท ต่ออุบัติเหตุ 1 ครั้ง

2.3) ถ้าหากเสียชีวิต จะเบิกได้ 300,000 บาท
และถ้าไม่เสียชีวิต แต่ต้องสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร จะมีสิทธิ์เบิกค่าเสียหายได้อีก เช่น
นิ้วขาดตั้งแต่ข้อนิ้วขึ้นไปเบิกได้ 200,000
มือขาด ตาบอด ขาขาด 1 ข้างจะเบิกได้ 250,000
แต่ถ้าหากรวมกัน 2 ข้าง หรือสูญเสีย 2 อย่าง เช่น มือขาด 1 ข้าง และตาบอด 1 ข้าง หรือเป็นอัมพาต ก็จะได้รับ 300,000

เอกสารสำหรับเบิกค่าสินไหมจาก พรบ

เอกสารสำหรับเบิกค่าสินไหมจาก พรบ

เราจะเห็นได้ว่า การชดใช้จาก พรบ นั้นมีจำนวนมาก เพียงพอที่จะช่วยเยียวยา ให้กับผู้ประสบเหตุได้พอสมควร เลยทีเดียว และในทางกลับกัน หากเราไม่ได้ทำ พรบ ให้กับรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ หากเกิดเหตุ เราจะต้องชดใช้ให้กับผู้ประสบเหตุ ด้วยตัวเองตามความเป็นจริง เลยทีเดียว

ดังนั้น พรบ. จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่รถทุกๆคัน จะต้องทำ พรบ ซึ่งอัตราเบี้ย พรบ ของรถแต่ละประเภท ก็จะแตกต่างกันออกไป ตามประเภท และ แบบ ของรถแต่ละคัน

ข้อมูลของ พรบ ฉบับเต็ม ศึกษาได้จาก เว็บไซต์ของ >> คปภ << ครับ